เมล็ดแฟลกซ์

เมล็ดแฟลกซ์ เมล็ดแฟลกซ์ประกอบไปด้วยกรดไขมันที่จำเป็นอย่างโอเมก้า3 ซึ่งมีประโยชน์ต่อสมองช่วยบำรุงความจำและมีผลดีต่อหัวใจเพราะช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ในจำนวนเมล็ดพืชเมล็ดแฟลกซ์สามารถสกัดน้ำมันมาใช้ได้และมีปริมาณมาก ไขมันชนิดดีเช่นโอเมก้า3โอเมก้า6 ซึ่งจำเป็นแต่เราผลิตเองไม่ได้จึงต้องหาจากอาหารต่างๆมาเสริม โอเมก้าทั้ง2ตัวนี้มีส่วนช่วยให้ฮอร์โมน prostaglandins and elcosanoids ไปเลี้ยงสมองส่งผลดีต่อระบบประสาทผิวหนังระบบสืบพันธุ์และยังมีส่วนช่วยป้องกันเลือดข้นและจับกันเป็นก้อน โดยจะสามารถควบคุมให้เลือดมีความดันตามปกติ ไฟเบอร์ในแฟลกซ์เป็นส่วนประกอบของเปลือกและมีส่วนผสมของน้ำมันที่เนื้อของเมล็ด ร่างกายของเราไม่อาจย่อยสลายได้หมดแต่แบคทีเรียในลำไส้ใช้เป็นอาหารได้ แฟลกซ์มีไฟเบอร์อยู่ 2 ชนิดคือ 1. soluble ไฟเบอร์ที่ละลายได้จะมีอยู่ถึง 1/3 ของเมล็ดแฟลกซ์ มีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอลและปรับระดับกลูโคสในเลือด จึงเป็นข่าวดีสำหรับคนที่เป็นเบาหวาน 2. insoluble ไฟเบอร์ที่ละลายไม่ได้มีอยู่ประมาณ 2/3ของไฟเบอร์ทั้งหมด ไฟเบอร์ตัวนี้จะทำความสะอาดลำไส้คล้ายไม้กวาดทำให้ท้องไม่ผูก  

Continue Reading

ทับทิม

ทับทิม ตำราแพทย์แผนโบราณของชาวเอเชียกล่าวไว้ว่า การดื่มน้ำทับทิมสามารถรักษาอาการอักเสบและลดอาการปวดได้ เนื่องจากในผลทับทิมมีสารแอสไพรินซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกันกับแอสไพรินในยาแก้ปวด ช่วยลดพิษลดการติดเชื้อของเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายและลดอาการอักเสบ โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการไขข้ออักเสบ ปวดบวมช้ำแนะนำให้กินทับทิมเพราะช่วยลดอาการปวดลงได้ ขณะเดียวกันยังมีไฟเบอร์สูง ช่วยให้ขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายได้ดีขึ้น ประโยชน์ของส่วนต่างๆของทับทิม 1.ใบใช้ใบสดนำมาต้มกรองเอาน้ำใช้ลงแผลเนื่องจากมีหนองเรื้อรังบนหัวหรือใช้ใบสดนำมาตำให้ละเอียดแล้วเอาไปพอกในบริเวณที่เป็นแผลถลอกเนื่องจากหกล้มได้เช่นกัน 2.ดอกใช้ดอกที่แห้งประมาณ3กรัมนำมาต้มกรองเอาน้ำดื่ม เป็นยาแก้ทำให้เลือดกำเดาแข็งตัวและแก้วหูชั้นในอักเสบหรือใช้ดอกแห้งนำมาบดให้ละเอียดแล้วใช้ทาหรือโรยบริเวณบาตแผลที่มีเลือดออก 3.เปลือกผลใช้เปลือกผลที่แห้งแล้วประมาณ2.5-4.5กรัมนำมาบดให้ละเอียดหรือนำมาต้มดื่มน้ำ ใช้เป็นยาแก้โรคท้องเสียโรคบิดรื้อรังถ่ายเป็นมูกเลือดถ่ายพยาธิตกขาวแผลหิดและกลากเกลื่อนเป็นต้น 4.เมล็ดใช้เมล็ดที่แห้งแล้วประมาณ6-9กรัม นำมาบดให้ละเอียดหรือทำเป็นยาก้อน กินเป็นยาแก้ปวด จุกแน่นเนื่องจากโรคกระเพาะอาหารบำรุงกระเพาะอาหาร ทำให้เจริญอาหารและแก้ท้องร่วง 5.เปลือกรากใช้เปลือกรากที่แห้งแล้วประมาณ6-12กรัม นำมาต้มน้ำดื่มเป็นยาแก้ระดูขาว ตกเลือด ถ่ายพยาธิ หล่อลื่นลำไส้ แก้ท้องเสีย และโรคบิดเรื้อรัง คุณสมบัติพิเศษของทับทิม 1.บาดแผลจากเชื้อรา แผลเรื้อรังที่ผิวหนัง ให้ใช้เปลือกรากพอประมาณ นำมาต้ม ใช้น้ำล้างแผล 2.เป็นบิดเรื้อรังหรือถ่ายเป็นเลือด ให้ใช้เปลือกผล นำมาผิงไฟให้เกรียม แล้วนำมาบดให้ละเอียด ประมาณ 3-6 กรัม ผสมกับน้ำข้าวกิน หรือต้มกับมะเขือยาว 1 ลูก แล้วเอาน้ำมาดื่ม

Continue Reading

แครอท

แครอท แครอทเต็มไปด้วยสารอัลฟาและเบต้าแคโรทีน (Alpha and Beta-carotene) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิตามินเอและถือว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีเยี่ยม ช่วยปกป้องร่างกายจากสารพิษในสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะช่วยระบบทางเดินประสาทสายตาผิวหนังที่ต้องสัมผัสแสงแดดเป็นประจำ จากการวิจัยพบว่าสารในแครอทช่วยทำให้ระบบทางเดินหายใจหัวใจแข็งแรงขึ้นและช่วยให้ตับขับสารพิษออกจากร่างกาย แครอทอุดมไปด้วยวิตามินเอและเกลือแร่ วิตามินเอช่วยบำรุงสายตาบำรุงผิวและเนื้อเยื่อช่วยยับยั้งความเสื่อมของอวัยวะสำคัญของร่างกาย มีความเชื่อว่าแครอทช่วยลดความเสี่ยงจากโรคอื่นๆ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์ อัมพาต ความดันโลหิตสูง ต้อกระจกและยังช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน เร่งการสร้างเซลล์ในแผลผ่าตัด นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงเซลล์ผิวหนังและเส้นผมให้มีสุขภาพดี มีวิตามินเอสูง ช่วยลดการเสื่อมของตา เช่น ต้อกระจก มีสารต่างๆที่เป็นทั้งเกลือแร่และวิตามินอีกมากมาย เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็กวิตามินเอ บี1 บี2 วิตามินซี มีแพคตินซึ่งเป็นไฟเบอร์ชนิดที่ละลายน้ำได้ ช่วยลดคอเลสเตอรอล และลดการเกิดโรคหัวใจและภาวะหัวใจล้มเหลว วิตามินและเกลือแร่ที่มีอยู่ในแครอทมีบทบาทสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันโรค ดังนั้นสามารถที่จะรับประทานบ่อยๆได้แต่อาจทำให้ผิวเหลืองจากสารเบต้า-แคโรทีนได้

Continue Reading